Skip to content

Brand คืออะไร ทำไมจึงไม่ใช่แค่โลโก้

Foundation
1. Brand คืออะไร ทำไมจึงไม่ใช่แค่โลโก้

เวลานึกถึง “การสร้างแบรนด์”  แล้ว เจ้าของธุรกิจจำนวนมากทีเดียวที่มักจะนึกถึงการมีโลโก้ และเวียนวนอยู่กับคำถามที่ว่าโลโก้ควรมีหน้าตาแบบไหนดี ซึ่งก็เป็นคำถามที่พอเข้าใจได้ เพราะโลโก้เป็นสิ่งที่จับต้องได้และมองเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดแล้ว แต่ในความเป็นจริง โลโก้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “แบรนด์” เท่านั้น และเป็นส่วนที่เล็กกว่าที่หลายคนคิดมาก

บทความนี้จึงเป็นบทความแรกในซีรีส์ Brand & Strategy ที่ Archudio จะทยอยนำเสนอเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเกี่ยวกับแบรนด์และการวางกลยุทธ์แบรนด์มากขึ้น ดังนั้นเราจึงขอเริ่มจากคำถามพื้นฐานที่สุดก่อนเลย นั่นก็คือ “แบรนด์คืออะไรกันแน่?”

แต่ก่อนอื่นเรามารู้จักกับคำว่า โลโก้ กันก่อนเพื่อที่เราจะได้เห็นความแตกต่างระหว่างโลโก้กับแบรนด์

โลโก้คือสัญลักษณ์ ไม่ใช่ทั้งหมดของแบรนด์

โลโก้ (Logo) คือเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนตัวธุรกิจในทางสายตา ทำหน้าที่ให้คนจดจำและแยกแยะธุรกิจหนึ่งออกจากอีกธุรกิจหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว โลโก้ที่ดีจึงมีคุณสมบัติเรื่องความจดจำง่าย ความชัดเจนเมื่อย่อขนาด และความเหมาะสมกับบริบทการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่นามบัตรไปจนถึงป้ายหน้าร้าน

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ โลโก้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนทางภาพเท่านั้น มันไม่ได้บอกว่าลูกค้าควรรู้สึกอย่างไรเมื่อใช้บริการ ไม่ได้กำหนดว่าพนักงานควรพูดกับลูกค้าด้วยน้ำเสียงแบบไหน และไม่ได้รับประกันว่าประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจะสอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่เห็นบนโลโก้นั้น

แบรนด์คือการรับรู้ที่สะสมอยู่ในใจลูกค้า

ส่วนแบรนด์ (Brand) มีนิยามที่กว้างกว่านั้นมาก แบรนด์คือผลรวมของการรับรู้ ความรู้สึก และความคาดหวังที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจหนึ่ง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากทุกจุดที่ลูกค้าเคยสัมผัสกับธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพสินค้า การบริการ วิธีการสื่อสาร บรรจุภัณฑ์ ราคา หรือแม้แต่รีวิวที่เคยอ่านมาจากคนอื่น

กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ แบรนด์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในใจของลูกค้า มากกว่าที่จะเป็นสิ่งที่ธุรกิจควบคุมได้โดยตรงทั้งหมด สิ่งที่ธุรกิจทำได้คือการออกแบบและบริหารจุดสัมผัสต่าง ๆ อย่างมีทิศทาง เพื่อให้การรับรู้ที่เกิดขึ้นในใจลูกค้าเป็นไปตามที่ต้องการมากที่สุด และนี่คืองานของกลยุทธ์แบรนด์

องค์ประกอบของแบรนด์ที่มากกว่าภาพลักษณ์

ดังนั้นเมื่อมองในมุมกลยุทธ์ แบรนด์ประกอบด้วยหลายชั้น โดยมีภาพลักษณ์ทางสายตา (Visual Identity) ซึ่งรวมโลโก้ สี ตัวอักษร และองค์ประกอบกราฟิกอื่น ๆ เป็นเพียงชั้นหนึ่งเท่านั้น ชั้นอื่นที่สำคัญไม่แพ้กันได้แก่

  • คุณค่าและจุดยืน สิ่งที่ธุรกิจให้ความสำคัญและยืนหยัดเพื่ออะไร ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจทุกเรื่องตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการตอบข้อร้องเรียนของลูกค้า
  • บุคลิกและน้ำเสียง วิธีที่ธุรกิจสื่อสารออกไป ไม่ว่าจะเป็นข้อความบนโซเชียลมีเดีย คำพูดของพนักงาน หรือแม้แต่ข้อความในอีเมลตอบกลับลูกค้า
  • ประสบการณ์ที่สม่ำเสมอ ความรู้สึกที่ลูกค้าได้รับซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่ติดต่อกับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสาขาไหน พนักงานคนไหน หรือช่องทางใด

องค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน โลโก้ที่ออกแบบมาอย่างดีจะช่วยสื่อสารคุณค่าและบุคลิกของแบรนด์ออกมาในทางสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากประสบการณ์จริงที่ลูกค้าได้รับไม่สอดคล้องกับสิ่งที่โลโก้สื่อสาร ความไม่สอดคล้องนั้นจะสร้างความสับสนและบั่นทอนความน่าเชื่อถือในระยะยาว

ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้น

ลองพิจารณาร้านกาแฟสองร้านที่มีโลโก้สวยงามในระดับเดียวกัน ร้านแรกมีพนักงานที่ทักทายลูกค้าด้วยน้ำเสียงเดิมทุกครั้ง รสชาติกาแฟคงที่ทุกแก้ว และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สีและตัวอักษรชุดเดียวกันในทุกสาขา ส่วนร้านที่สองมีโลโก้สวยไม่แพ้กัน แต่รสชาติเปลี่ยนไปตามแต่ละสาขา พนักงานแต่ละคนพูดกับลูกค้าคนละแบบ และป้ายหน้าร้านแต่ละสาขาก็ใช้สีไม่ตรงกัน

แม้ทั้งสองร้านจะเริ่มต้นด้วยโลโก้ที่คุณภาพงานออกแบบใกล้เคียงกัน แต่แบรนด์ที่เกิดขึ้นในใจลูกค้ากลับต่างกันโดยสิ้นเชิง ร้านแรกสร้างความรู้สึกน่าเชื่อถือและคาดเดาได้ ขณะที่ร้านที่สองสร้างความรู้สึกไม่แน่นอนแม้จะมีภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดีไม่แพ้กัน ความต่างนี้เกิดจากความสอดคล้องกันของทุกจุดสัมผัส ไม่ใช่จากคุณภาพของโลโก้เพียงอย่างเดียว

ทำไมความเข้าใจนี้จึงสำคัญต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ

เมื่อเจ้าของธุรกิจเข้าใจว่าแบรนด์มีขอบเขตกว้างกว่าโลโก้ วิธีตั้งคำถามก่อนเริ่มโครงการออกแบบก็จะเปลี่ยนไป จากคำถามว่า “อยากได้โลโก้แบบไหน” ไปสู่คำถามที่ลึกกว่า เช่น ธุรกิจต้องการให้ลูกค้ารู้สึกอย่างไร ต้องการแข่งขันในตลาดด้วยจุดยืนแบบใด และต้องการให้ทุกจุดสัมผัสของลูกค้าสื่อสารเรื่องเดียวกันอย่างไร

คำถามเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์แบรนด์ ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้งานออกแบบด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ บรรจุภัณฑ์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ มีทิศทางเดียวกันและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจได้จริงในระยะยาว

ในบทความถัดไป เราจะกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า Branding, Brand Identity และ Brand Strategy ซึ่งเป็นคำสามคำที่มักถูกใช้สลับกันไปมาจนสร้างความสับสนให้กับผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาเรื่องแบรนด์

นักออกแบบที่หลงใหลกลิ่นทะเลและหนังสือ

Back To Top